อาการหูตึง หูดับ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

เวลาที่เราได้ยินคำว่าหูตึง มักจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย และเป็นเฉพาะคนแก่เท่านั้น แต่ความจริงแล้วมีคนอายุน้อยกว่าเกณฑ์หลายคน ที่กำลังเจอกับปัญหาทางการได้ยิน เนื่องด้วยเหตุผลของสภาพแวดล้อมที่ทำงาน หรือการติดเชื้อจนลุกลาม

และอาการหูตึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะส่งผลให้คนที่ป่วยมีความเครียดสะสม และใช้ชีวิตในสังคมได้ลำบากมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจกับคนทั่วไปเพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากโรคนี้ก่อนวัยอันควร 

ก่อนที่จะไปรู้จัก เครื่องช่วยฟัง เราทำความรู้จักกับกระบวนการได้ยินของหูเราก่อน

1.คลื่นเสียงจะเคลื่อนผ่านเข้าทางช่องหู และเข้าไปกระทบเยื่อแก้วหู

2.เยื่อแก้วหูและกระดูกหูทั้ง 3 ชิ้น (ค้อน ทั่ง โกลน) ที่อยู่ภายในหูชั้นกลางจะสั่นสะเทือนตามคลื่นเสียง

3.การสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงจะถูกส่งผ่านเข้าไปตามของเหลวที่อยู่ในอวัยวะรูปเกลียว (ก้นหอย) เรียกว่ากระดูกก้นหอย (Cochlea) และจะทำให้ขนที่มีขนาดเล็ก (hair cell) ที่อยู่ในกระดูกก้นหอยเคลื่อนไหวและเปลี่ยนไปเป็นสัญญาณส่งไปยังเส้นประสาทการได้ยิน

4.เส้นประสาทการได้ยิน จะส่งสัญญาณที่เป็นคลื่นไฟฟ้า (Electronic impulses) ต่อไปยังสมองเพื่อแปลความหมายของเสียง

แพทย์แนะนำว่าการรักษาสุขภาพการได้ยินหรือการรับฟังให้แข็งแรง ปกป้องตัวเองจากเสียงดังรบกวน งดสูดบุหรี่จะช่วยลดการสูญเสียการได้ยินได้เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยที่ระบุว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมสามารถป้องกันได้ถ้าหากเรารู้จักดูแลตัวเองซึ่งรวมถึงดูแลเรื่องการได้ยินตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงอายุ 40-65 ปี

การสูญเสียการได้ยินนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับการดำรงชีวิตแล้ว ยังมีรายงานทางการแพทย์ล่าสุดที่ออกมาระบุว่า ผู้ที่สูญเสียการได้ยินมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมมากกว่าผู้ที่ได้ยินเป็นปกติ

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูตึง หรือหูดับ เกิดได้จากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมภายนอก หากมีอาการผิดปกติให้รีบเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง และเมื่อแพทย์แนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟัง ควรศึกษาข้อมูลและเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องซื้อที่โรงพยาบาลเสมอไป หากว่ากำลังเงินไม่ไหวให้หาซื้อจากข้างนอกได้ แต่ต้องเลือกร้านที่มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ และมีประกันเครื่องเพื่อเวลาที่เครื่องเสียจะได้ส่งซ่อมได้ 

นอกจากนี้แล้วเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด ก็ยังไม่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีความสุขได้ เท่ากับการดูแลด้วยความรัก ความเอาใจใส่จากคนในครอบครัว อย่าลืมว่านอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าลืมดูแลคนที่เรารักกันนะคะ