อาการกรดไหลย้อน

อาการของกรดไหลย้อนนั้นคือน้ำในกระเพราะนั้นย้อนกลับมาในหลอดอาหาร จึงทำให้เรานั้นปวดแสบปวดร้อนตรงกลางกระเพราะอาหารทำให้มีอาการเรอเปรี้ยว และกรดในกระเพราะอาหาร

ซึ่งเกิดจากการกินอาหารนั้นที่ผิด เพราะเรากินอาหารแล้วนอนเลย ใช้ชีวิตในการเร่งรีบ ของคนในปัจจุบันนี้ หากเรานั้นละเลย ปล่อยให้เป็นแบบนี้ตลอดเราอาจจะเสียงเป็นโรคมะเร็ง ในหลอดอาหารได้ ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นได้ยาก

อาการของกรดไหลย้อน  นั้นจะเจ็บปวดตรงลิ้นปี่ มีอาการแสบตรงกลางอก แล้วมีอาการเรอเปรี้ยว  แล้วทำให้อาการนั้นขมคอเกิดจากการที่เราทำอะไรผิด เช่นในการกินอาหาร รีบกินอาหาร แล้วนอนเลย ไม่เดินให้ย่อยหรือรอให้ครบสามชั่งโมงแล้วค่อยนอน 

จึงทำให้เกิดกรดไหลย้อน เกิดอาการเรอเปรี้ยว  อาการเหล่านี้อาจจะเกิดกับคนท้อง หรือคนอ้วนที่ไม่ยอมทำให้ร่างกายนั้นย่อยก่อน อาการเหล่านี้ก็เกิดจากตัวเราทั้งนั้น กินอาหารเสร็จแล้วนอนเลย  กินน้ำอักลมในจำนวนที่มากเกิน

ดังนั้นเราควรกินอาหารที่ไม่เยอะจนเกินทำให้ให้เรานั้นแน่นท้อง หรือเรานั้นกินข้าวแล้วนอน ไม่รอให้อาหารนั้นย่อยก่อนเพื่อที่สุขภาพของเรานั้นจะได้ดีขึ้นไม่ทำให้ร่างกายนั้นเป็นกรดไหลย้อย  อาการกรดไหลย้อนนั้นถ้าใครได้เป็นนั้นก็ทรมานเหมือนกันนะค่ะ เพราะเวลากินอะไรเข้าไปสักพักก็จะแสบบริเวณแถวกลางอก  

แถมมีกกลิ่นเรอเปรี้ยวขึ้นอีก ดังนั้นเราควรที่จะบริหารตัวเอง เช่น เริ่มจากการที่เรานั้นเริ่มกินอาหารแค่พออิ่มแล้ว ไม่ยัดเยียดเข้าไปอีกหรืออาการเสียดายของกิน นั่นคือปัญหาของเราเลย ดังนั้นเราควรกินแค่เรารู้สึกอิ่มแค่พอดี หลังจากที่เรากินอาหารเสร็จแล้ว ก็ควรเดินหรือทำให้การที่เราเดินนั้นให้ย่อย แล้วค่อยไปนอนหลับพักผ่อน  เพื่อที่เรานั้นจะได้ไม่เป็นอาการของกรดไหลย้อน 

อาการกรดไหลย้อน เราต้องปรับพฤติกรรมในการกินเริ่มจากที่เรานั้นไม่กินอัดเข้าไปเยอะหรือเสียดายของ อันนี้เราต้องเปลี่ยน แล้วหลังจากที่เรานั้นทานอาหารเสร็จแล้วเราก็ไม่ควรที่จะนอนเลย เราต้องเดินให้เรานั้นย่อยก่อน แล้วค่อยนอนนะค่ะ แต่ถ้า อาการเรานั้นยังไม่ดีขึ้นเราก็ควรที่ที่จะไปหาหมอ แล้วคุณหมอนั้นจะให้ยาเรามาทาน

แต่ถ้าอาการเรานั้นไม่ดีขึ้น คุณหมอก็จะทำการผ่าตัด  ส่วนหลังจากการผ่าตัดเสร็จแล้วอันนี้คือขั้นตอนของคุณหมอในการแนะนำในการต่อไป  เพราะดังนั้นเรารู้ตัวว่าจะมีอาการเหล่านี้เราควรที่จะรีบรักษาเพื่อสุขภาพของเราให้ดีขึ้น 

 

สนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

เมื่อเรามีส้นเท้าที่แตกเราควรที่จะทำอย่างไร

การที่เราเดินบ่อยหรือว่าเราต้องทำงานเกี่ยวกับการที่เราจะต้องเดินนั้นเราก็ควรที่จะดูแลในการเกี่ยวกับเรื่องเท้าของเราเป็นอย่างดีเพราะว่าถ้าเราไม่ดูแลเรื่องที่เกี่ยวกับเท้าจะทำให้เราไม่งานทำหรือว่าถ้าเท้าของเราเกิดการแตกขึ้นมา

การที่จะใส่รองที่ที่โชว์ส้นเท้าก็จะทำให้เราไม่สามารถที่ใส่ได้เพราะว่าส้นเท้าของเราแตก  ดังนั้นจะมาบอกเกี่ยวกับการที่เราจะต้องดูแลส้นเท้าของของเราให้มีสุขภาพที่ดีและนิ่มไม่มีร่องของเนื้อที่แตก  จะมีอะไรบ้างให้เราเช้าไปอ่านกันครับ 

            เมื่อสาวที่ต้องใสรองเท้าที่ส้นสูงแล้วต้องโชว์ส้นของเท้า  การที่เรามีเท้าที่แตกก็จะทำให้เราเกิดอาการที่ไม่มั่นใจได้เลย  เราต้องหันและใส่ในในเรื่องนี้  

ขั้นตอนในการที่เราจะรักษาส้นเท้า 

  • เริ่มแรกเราต้องเอาเท้าที่แตกเริ่มที่จะแช่น้ำเอาไว้สักครู่เพื่อที่จะให้เนื้อนั้นเกิดการที่จะยุ้ยจากนั้นเราก็ใช้ที่ที่เป็นหินในการที่เราจะขัดเท้าเพื่อที่จะเอาเนื้อที่ตายแล้วนั้นออกและการที่เราแช่น้ำจะช่วยให้เนื้อที่แตกเกิดการออ่อนตัวและทำให้เนื้อของเรานั้นนิ่มและง่ายแก่การที่เราจะขัดเอาเนื้อที่ตายนั้นออกได้ง่าย  จากการที่เราขัดเอาเนื้อที่แตกออกจนหมดจากนั้นเราก็เอาครีมที่ทาที่ชุ่มชื้นหรือว่าวาสลีนในการที่เราเอามาส้นเท้าที่เราขัดแล้วจะได้ทำให้เนื้อนุ่มขึ้นอย่างที่เราเห็นได้อย่างชัดและง่ายดาย  
  • เมื่อเราเป็นไม่มากหรือว่าเริ่มที่จะมีเนื้อแตกเราก็ทาครีมที่เกี่ยวส้นเท้าที่แตกจากนั้นเราก็ทาครีมและใส่ถุงเท้านอนนั้นช่วยได้เพราะว่าจะทำให้เนื้อเท้าที่เริ่มจะแตกอ่อนตัวลง  
  • เราสมควรที่จะใสรองเท้าเดินหรือว่าเมื่ออยู่บ้านเราก็ใส่ถุงเท้านั้นก็ได้เพื่อที่จะได้ถนอมเท้าของเราไม่ให้เกิดแข็งตัว  และในเวลาต่อมาก็เกิดส้นเท้าที่แตกตามมา  
  • เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเราก็ควรที่จะใช้แปลงที่นิ่มหน่อยขัดที่เท้าของเราเพราะว่าการที่อาบน้ำแล้วเราไม้ขัดที่เท้าก็จะทำให้เท้าของเราแตกเพราะว่าเท้าเราไปเหยียบหรือว่าใส่รองเท้าที่ต้องเดินและรองเท้าต้องบีบอยู่ตลอดเวลา  การที่เราใช้เดเปลงในการขัดเท้าจะทำให้เท้าของเราไม่เกิดอาการที่จะแตก  และทำให้เท้าของเราสะอาดและไม่แข็ง

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออมสิน

อาหารสำหรับเด็กเล็ก

เด็กเล็กคือเด็กในช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง3ขวบโดยประมาณ ซึ่งเด็กที่อายุในช่วงนี้นั้นก็อาจจะยังไม่สามารถรับประทานอาหารที่ปกติทั่วไปได้ เราะด้วยกระเพาะที่บอบบางและฟันที่ยังไม่มีในช่วงแรกเกิดและฟันที่ยังอาจจะขึ้นไม่เต็มที่

แม้ในช่วงอายุสามปีแล้วก็ตาม ทำให้การที่จะกินอาหารทั่วไปนั้นเป็นสิ่งที่เด็กในช่วงวัยนี้นั้นไม่สามารถทำได้เพราะฟันที่ยังขึ้นไม่เต็มที่นั้นก็จะทำให้ไม่สามารถบดหรือเคี้ยวอาหารทั่วไปได้นั่นเอง และด้วยกระเพาะของเด็กนั้นบอบบางทำให้เด็กในช่วงวัยนี้นั้นต้องการอาหารที่สามารถย่อยได้ง่ายนั่นเอง

อาหารสำหรับเด็กนั้นจะเน้นไปทางอาหารรสชาติอ่อนหรืออาหารที่ไม่มีการปลรุงรสแต่จะใช้กลิ่นและรสจากธรรมชาตินั่นเอง โดยสิ่งที่จะนำมาทำเป็นอาหารสำหรับเด็กช่วงอายุนี้นั้นจะต้องเน้นสิ่งที่ให้ประโยชน์ละสามารถย่อยง่ายเช่น ผักใบเขียวต่างๆ และผักชนิดอื่นๆด้วยก็จำเป็นและมีประโยชน์เช่นกัน ผลไม้และอาจจะมีถั่วบ้างบางชนิด

โดยทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม่หรือถั่วชนิดต่างๆนั้นจะต้องมีการบดให้ละเอียดและอาจจะนำไปผมกับน้ำเปล่าเพื่อไม่ให้อาหารนั้นเกิดความเข้มข้นเดินไป เพราะอาหารที่เข้มข้นหรือที่มีกากใยมากเดินไปอาจจะทำให้เกิดการอาหารไม่ย่อยและอาจจะติดคอและไปอุดตันในหลอดลมหรือทางเดินหายใจเด็กๆได้นั่นเอง

ผักและผลไม้ที่ดีมีประโยชน์และรสชาติอร่อยที่เหมาะสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้ได้แก่ ผักใบเขียวทุกชนิดแต่อาจจะต้องเลือกทีเป็นผักชนิดที่ใบอ่อนสักหน่อย เพราะถ้าหากเป็นผักใยแข็งอาจจะมีกลิ่นที่ไม่น่ากินนักและจะทำให้เด็กๆหันหน้าหนีได้นั่นเอง ผลไม้อาจจะเน้นเป็นกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและกินง่ายกลิ่นหอมละมุนและยังเป็นผลไม้ที่ช่วยในการพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย

และสมองของเด็กๆในช่วงวัยนี้อีกด้วย และถั่วการรับประทานถั่วขอเด็กในช่วงวัยนี้นั้นก็ถือเป็นสิ่งที่จะไปช่วยในการบำรุงสมองและช่วยในการพัฒนาการเจริญเติบโตทางด้านร้างกายได้อย่างดีด้วยเพราะถั่วนั้นเป็นแหล่งอาหารจากโปรตีนนั่นเองแต่ในการนำไปทำอาหารให้เด็กในวัยนี้นั้นอาจจะต้องระมัดระวังเรื่องการบดถั่วให้ละเอียดด้วยเพราะถ้าบดไม่ละเอียดหรือผสมไม่เข้ากันนั้นอาจจะทำให้เกิดการติดคอเด็กได้

โดยการทำอาหารให้เด็กในช่วงวัยนี้นั้นสามารถนำสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้หรือถั่วมาผสมกันได้แต่การผสมก็อาจจะต้องชิมในเรื่องรสชาติและดมกลิ่นด้วยถ้าหากกลิ่นมีความรุนแรงหรือไม่น่ากินมากเกินไปก็อาจจะมีการใส่อาหารสำเร็จรูปสำหรับเด็กเพิ่มลงไปด้วยก็ได้ก็จะช่วยในเรื่องของกลิ่นและทำให้เด็กนั้นรับประทานอาหารได้มากขึ้นและได้ประโยชน์จากอาหารเต็มที่ด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  v9bet

มีความแพง หนึ่งในสิ่งที่เป็น Vaporizers

แน่นอนล่ะ ด้วยทั้งการใช่เทรโนโลยีระดับสูง ที่เรียกได้ว่าใช้เทคโนโลยีเดียวกับที่นาซ่าใช้ในการสร้างไอระเหยต่างๆเลยล่ะ เทคโนโลยีระดับนี้จะราคาถูกก็ไม่ใช่ล่ะ เพราะฉะนั้นต้องรู้ไว้เลยนะว่า ถึงแม้เจ้าเครื่อง Vaporizers นั้นจะยังไม่มีหลายยี่ห้อมากนัก

แต่ถ้าเกิดเจอยี่ห้อไหนชื่อไม่คุ้น และราคาถูกๆ ก็ต้องตรวจสอบก่อนล่ะ เพราะข้างในมันอาจจะไม่ได้มีเทคโนโลยีนี้ก็ได้ แล้วก็จะกลายเป็นได้เครื่องบุหรี่ไฟฟ้าขนาดใหญ่เพียงแค่นั้น อาจจะถือว่าโดนหลอกเลยก็ได้นะ เพราะฉะนั้นอย่าคิดจะซื้อของถูกเลย มีน้อยรายบนโลกนี้นักที่ เป็นของราคาถูกแล้วจะดี ยกเว้นแต่เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีเท่านั้น ระวังเรื่องนี้กันไว้ด้วยล่ะ

ราคาของเครื่อง Vaporizers นั้นถือเป็นราคาที่สูงไปสำหรับเครื่องอะไรก้แล้วแต่ที่จะมาตั้งในบ้านเล่นๆ แต่ถ้านำไปใช้ในทางการแพทย์แล้วละก็ ต้องถือว่าราคาถูกเลยทีเดียว แล้วก็สำหรับคนมีเงิน มันก็ถือว่าราคาไม่แพงเช่นกัน อย่างน้อยก็ถูกว่าคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือกล้องดีๆสักตัวเหมือนกัน ต่อมาสักพักที่เจ้าเครื่องนี้ได้เริ่มมีคนใช้ ก็ได้มียี่ห้อหนึ่งออกมา

แล้วก็ออกมาตีตลาดได้แบบรุนแรงจริงๆ นั้นคือยี่ห้อ Herbalizer ด้วยราคาที่สูงลิ่ว แต่มีความสวยในด้านดีไซน์ และการใช้งาน ฟังชั่นต่างๆที่น่าใช้แล้วก็อำนวยความสะดวกอย่างมาก ต่อให้ใช้นำยาที่มีนิโคตินก็ตาม ก็ยังสามารถควบคุมระดับนิโคตินได้อีกด้วย ถือว่าสเปคโหดแท้ๆเลย

แต่ก็นะ เปิดตัวมาด้วยราคา เกือบจะสามหมื่อน ถือว่าเป็นเครื่อง Vaporizer ที่ราคาแพงที่สุดในโลก แต่ก็อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ควรค่าแก่ราคา เรียกได้ว่าฟังชั่นที่มอบมาให้นั้น ตอบสนองผู้ใช้ได้ทุกประเภทเลยทีเดียว แม้แต่จะเป็นการใช้เล่นๆ จนไปถึงการใช้เชิงการแพทย์ได้อย่างครบถ้วน

สำหรับผมแล้วเจ้าตัวที่แพงที่สุดในโลกนี้ที่ราคาเกือบจะสามหมื่น ก็ไม่ได้แพงนักหรอกนะ เทียบกับสิ่งที่มันทำได้แล้วก็ถือว่าน่าคบหาเลยทีเดียว เพียงแต่ต้องมาพูดถึงปัจจัยการใช้กันซะมากกว่าที่ว่า มันจำเป็นกับเราขนาดไหน ถ้าเป็นคนที่ไม่สูบบุหรี่เลย

ก็ไม่ได้จำเป็นต้องมีเครื่องนี้ในการช่วยลดการดูดบุหรี่แต่อย่างใด แต่มันก็สามารถมองถึงเรื่องจะเป็นเครื่องปล่อยไอ Aloma ให้บ้านหอมแล้วก็ดีต่ออารมณ์ด้วยไหม ถ้าถูกใจก็ไม่มีคำว่าแพงหรอกครับ เอาเป็นว่าใช้แล้วรู้สึกคุ้มค่ากับตัวคุณก็สามารถซื้อหามาใช้กันได้ แต่ที่แน่ๆนั้น มันเป็นเครื่องที่มีประโยชน์มากกว่าผลเสียอย่างแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

อาการหูตึง หูดับ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

เวลาที่เราได้ยินคำว่าหูตึง มักจะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย และเป็นเฉพาะคนแก่เท่านั้น แต่ความจริงแล้วมีคนอายุน้อยกว่าเกณฑ์หลายคน ที่กำลังเจอกับปัญหาทางการได้ยิน เนื่องด้วยเหตุผลของสภาพแวดล้อมที่ทำงาน หรือการติดเชื้อจนลุกลาม

และอาการหูตึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะส่งผลให้คนที่ป่วยมีความเครียดสะสม และใช้ชีวิตในสังคมได้ลำบากมากขึ้น จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องให้ความรู้ ความเข้าใจกับคนทั่วไปเพื่อป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากโรคนี้ก่อนวัยอันควร 

ก่อนที่จะไปรู้จัก เครื่องช่วยฟัง เราทำความรู้จักกับกระบวนการได้ยินของหูเราก่อน

1.คลื่นเสียงจะเคลื่อนผ่านเข้าทางช่องหู และเข้าไปกระทบเยื่อแก้วหู

2.เยื่อแก้วหูและกระดูกหูทั้ง 3 ชิ้น (ค้อน ทั่ง โกลน) ที่อยู่ภายในหูชั้นกลางจะสั่นสะเทือนตามคลื่นเสียง

3.การสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงจะถูกส่งผ่านเข้าไปตามของเหลวที่อยู่ในอวัยวะรูปเกลียว (ก้นหอย) เรียกว่ากระดูกก้นหอย (Cochlea) และจะทำให้ขนที่มีขนาดเล็ก (hair cell) ที่อยู่ในกระดูกก้นหอยเคลื่อนไหวและเปลี่ยนไปเป็นสัญญาณส่งไปยังเส้นประสาทการได้ยิน

4.เส้นประสาทการได้ยิน จะส่งสัญญาณที่เป็นคลื่นไฟฟ้า (Electronic impulses) ต่อไปยังสมองเพื่อแปลความหมายของเสียง

แพทย์แนะนำว่าการรักษาสุขภาพการได้ยินหรือการรับฟังให้แข็งแรง ปกป้องตัวเองจากเสียงดังรบกวน งดสูดบุหรี่จะช่วยลดการสูญเสียการได้ยินได้เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยที่ระบุว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมสามารถป้องกันได้ถ้าหากเรารู้จักดูแลตัวเองซึ่งรวมถึงดูแลเรื่องการได้ยินตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงอายุ 40-65 ปี

การสูญเสียการได้ยินนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับการดำรงชีวิตแล้ว ยังมีรายงานทางการแพทย์ล่าสุดที่ออกมาระบุว่า ผู้ที่สูญเสียการได้ยินมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมมากกว่าผู้ที่ได้ยินเป็นปกติ

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหูตึง หรือหูดับ เกิดได้จากพันธุกรรมและสภาพแวดล้อมภายนอก หากมีอาการผิดปกติให้รีบเข้าพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างถูกต้อง และเมื่อแพทย์แนะนำให้ใช้เครื่องช่วยฟัง ควรศึกษาข้อมูลและเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่จำเป็นต้องซื้อที่โรงพยาบาลเสมอไป หากว่ากำลังเงินไม่ไหวให้หาซื้อจากข้างนอกได้ แต่ต้องเลือกร้านที่มีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ และมีประกันเครื่องเพื่อเวลาที่เครื่องเสียจะได้ส่งซ่อมได้ 

นอกจากนี้แล้วเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด ก็ยังไม่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีความสุขได้ เท่ากับการดูแลด้วยความรัก ความเอาใจใส่จากคนในครอบครัว อย่าลืมว่านอกจากสุขภาพกายแล้ว สุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าลืมดูแลคนที่เรารักกันนะคะ 

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ

เชื่อเลยว่าทั้งหนุ่มๆและสาวๆหลายคนที่มีน้ำหนักตัวที่เยอะ มีรูปร่างที่ตัวอ้วนตัวใหญ่ แล้วมีความคิดอยากจะลดน้ำหนัก บางคนพยายามลดยังไงน้ำหนักก็ไม่ลง หรือพยายามลดยังไงตัวก็ไม่ผอมลงไปมากกว่านี้ เอาล่ะเดี๋ยวเราจะมาลองคุยกันมันเกินจากอะไร สิ่งแรกที่คนกำลังเริ่มน้ำหนักต้องสละทิ้งไปก็คือตัวช่วยในการลดน้ำหนักอย่างพวกยาลดน้ำหนัก

ที่มักจะชอบสรรพคุณว่าจะเข้าไปช่วยกำจัดไขมันทั่วร่างกาย หรือตามจุดต่างๆของร่างกาย ซึ่งในทางการแพทย์ออกมายืนยันแล้วนะว่า เราไม่สามารถลดน้ำหนักเฉพาะจุดได้ ยิ่งการทานยาพวกนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้แล้วใหญ่ สุดท้ายแล้วถ้าวันไหนที่เราเลิกทานไปแล้วเราก็จะกลับมาอ้วนเหมือนเดิมได้ ในการลดน้ำหนัก ลดหุ่นอย่างถูกวิธีคือ การควบคุมอาหาร และการออกกำลังกาย

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นวิธีที่ต้องใช้ระยะเวลานาน เชื่อเถอะว่ามันคุ้มอย่างแน่นอน ซึ่งในการควบคุมอาหารนั้นถือว่าสำคัญเป็นอย่างมาก มากกว่าการออกกำลังกายเสียอีก เพราะหลักๆแล้วการที่คุณมีน้ำหนักที่มาก มีสัดส่วนที่ผิดรูป นั้นเกิดมาจากไขมันที่เข้าไปอุกตันตามส่วนต่างๆของร่างกาย และสิ่งที่ก่อให้เกิดไขมันนั้นก็เกิดมาจากอาหารที่คุณรับประทานเข้าไปนั้นเอง

ถ้าหากว่าคุณเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวแล้วรูปร่างที่อ้วนมาก ยังไม่ต้องเริ่มด้วยการออกกำลังกายก็ได้ ลองเริ่มควบคุมอาหารดูก่อนอย่างเช่น การลดปริมาณอาหารที่ ลดอาหารบางชนิดออกไป ดูผลในระยะ 1-2 สัปดาห์ เชื่อเถอะว่าคุณอาจจะเห็นความเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย รอให้น้ำหนักและสัดส่วนของคุณคงที่แล้วจึงค่อยเริ่มมาออกกำลังกายก็ได้

การออกกำลังกายคุณไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักๆในช่วงเริ่มแรกหรอก เพราะร่างกายถ้าไม่เคยออกำลังกายเลย มันจะทำให้คุณเหนื่อยง่าย จนถึงขั้นเป็นลมหมดสติลงไปเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นแล้วคุณควรเริ่มจากการออำลังกายเบาๆเพื่อให้ร่างกายได้ดึงพลังงานออกมาเผาผลาญ และหลายคนเองนั้นเชื่อว่าการออกกำลังกายเยอะๆหยักๆจะทำให้น้ำหนักลงเร็ว ผอมเร็ว

อันที่จริงก็ไม่ผิด แต่อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นว่า การควบคุมอาหารนั้นสำคัญกว่าการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายนั้นมันจะต้องใช้พลังงาน ถึงแม้ว่าการออกำลังกายจะเป็นดึงพลังงานออกมาเผาผลาญ

แต่ถ้าเราไม่มีเรี่ยวแรงที่จะออกกำลังกาย สุดท้ายแล้วจะเกิดผลเสียต่อร่างกายเหมือนเดิม ดังนั้นเราควรใส่ใจในเรื่องการควบคุมอาหารมากกว่า แต่ถึงอย่างไรนั้นก็ควรทำทั้งสองอย่างเพื่อหุ่นที่จะอยู่กำลังยืนยาวนาน และสุขภาพเราก็จะแข็งแรงอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ควบคุมอาหารอย่างไรให้เห็นผล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการที่เรามีหุ่นสวยสุขภาพดีนั้นทำให้เราดูภาพลักษณ์ และบุคลิกภาพที่ดี

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็มีความต้องการแบบนั้นอย่างแน่นอน สำหรับที่มีปัญหาในเรื่องของ น้ำหนักเยอะ อ้วน ตัวบวม ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการลดน้ำหนักด้วยวิธีการควบคุมอาหารกัน ต้องขอบอกก่อนเลยว่าหลายนั้นแก้ปัญหาที่ปลายจนเกินไปอย่างเช่น การไปออกกำลังกาย ไม่ใช่วิธีการนี้ไม่ถูกต้อง หรือไม่เหมาะสม แน่นอนว่าการออกกำลังกายจะให้น้ำหนักลด ร่างกายดึงสารอาหารอย่างแป้ง น้ำตาล

และไขมันออกมาใช้ จึงทำให้เรามีน้ำหนักที่ลดลง และหุ่นกระชับดีขึ้น แต่ถึงอย่างไรแล้วเราควรมาวิเคราะห์ความอ้วนของก่อนว่า แท้จริงแล้วนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ถ้าเราอ้วนเพราะพันธุ์กรรม การออกกำลังกายถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดนั้นถูกแล้ว แต่ในอีกหนึ่งรูปแบบคือ ถ้าเราไม่มีพ่อกับแม่ หรือลำดับญาติที่ตัวอ้วน นั้นก็แสดงให้เห็นว่าเรานั้นอ้วนด้วยสาเหตุอื่น

และสาเหตุนั้นก็คือสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ต้องพบเจอคือ การทานอาหาร สิ่งแล้วที่เราควรสังเกตเลยคือ พฤติกรรมการรับประทานของตัวเราเอง ว่าเรานั้นรับประทานอาหารอย่าง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์หรือไม่ รับประทานอาหารในปริมาณที่เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากว่าการออกกำลังกายเสีย ลองเริ่มด้วยวิธีง่ายด้วยการควบคุมอาหารก่อนที่จะไปออกกำลังกายดีกว่า บางคนนั้นไม่สามารถอดทนต่อการควบคุมอาหารได้

นั้นเป็นเพราะคุณควบคุมอาหารด้วยวิธีหักดิบจนเกินไปหรือไม่? การควบคุมอาหารจะต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่น ปกติ 1 มื้อ คุณจะทานข้าว 3 จาน ก็ลองเปลี่ยนมาทานเหลือ 2 จานครึ่งดู ทำแบบนี้แล้วค่อยลดปริมาณลงเรื่อยๆ เพื่อปรับความคุ้นชินให้กับร่างกาย ถ้าหากคุณหักดิบด้วยการเหลือ 1 จาน จะทำให้คุณเองนั้นแหละที่รู้สึกทรมาน และยังส่งผลให้คุณกลับมาทานมากกว่าเดิมในวันที่ร่างกายคุณไม่ไหว

หากใช้วิธีการค่อยเป็นค่อยไปจะทำให้คุณและร่างกายของคุณนั้นชินกับการกินในปริมาณที่ลดลงเรื่อยๆได้ การควบคุมอาหารสิ่งที่หนึ่งที่ไม่ควรลืมเลยคือ ควรกินให้พออิ่ม อิ่มแล้วให้หยุดกิน ไม่ต้องนึกเสียดาย ซึ่งหลายคนมีความรู้สึกว่าอิ่มแล้ว แต่กระเพาะยังรับได้อยู่ถึงทานเข้าไป พฤติกรรมแบบมักจะทำให้อ้วนและน้ำหนักขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

เพราะการที่เรารับประทานอาหารมากไปจนอิ่มถึงกระเพาะจะรับได้อีกก็ตาม แต่กระเพาะจะทำงานอย่างหนัก แจะละย่อยในส่วนย่อยไหวเท่านั้น อย่างนี้เกิดเป็นอาหารตกค้างในลำไส้ และสารอาหารบางประเภทไม่ถูกย่อย จะแปรเปลี่ยนไปเป็นไขมันที่ไปเกาะสะสมตามส่วนต่างๆของร่างกายอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  Kardinal stick รีวิว

หากไม่อยากใส่เครื่องช่วยฟังควรหลีกเลี่ยงการทำต่อไปนี้

 อย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าหูมีความสำคัญต่อการได้ยินของคนเรามากแค่ไหน แต่บางครั้งการกระทำของเราก็เป็นการทำงานหูโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น เรามีดูกันสิว่าการกระทำแบบไหน ที่จะทำให้หูของเราเกิดความเสียหาย

ซึ่งอาจจะเป็นการสูญเสียการได้ยินจนทำให้เราต้องซื้อเครื่องช่วยฟังมาใช้งาน  ดังนั้นหากเรายังไม่อยากเจ้าเครื่องช่วยฟังนี้ควรหลีกเลี่ยงการกระทำต่อไปนี้ 

  1. ห้ามแคะหู  เป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่บางครั้งนั่งๆอยู่แล้วคันหูขึ้นมาก็อยากจะหาอะไรมาแคะหู อยากรู้ว่าข้างในรูหูมีขี้หูมากน้อยแค่ไหน ทำไมถึงได้คันมากมายอย่างนี้ ซึ่งอันที่จริงแล้วการที่เราหาอะไรมาแหย่หรือมาแคะหูของเรานั้นมันอันตรายเป็นอย่างมาก ซึ่งเสี่ยงเป็นอย่างมากที่ของแข็งที่เราแหย่เข้าไปจะไปโดนเยื่อแก้วหูซึ่งจะมีผลทำให้หูเราหนวกได้ ซึ่งพอหนวกก็จะเป็นต้องใช้เครื่องช่วยฟังทันที
  2. การฟังเสียงที่ดังมากๆ  หลายคนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ชอบจะฟังเสียงที่ดังๆ ชัดๆ เช่นการเปิดทีวีดังๆ การใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงแล้วเปิดเสียงดังๆเข้าไปในรูหู หรือแม้แต่คนที่ทำงานในโรงงานที่มีเสียงดังมากๆ เช่น โรงเหล็ก โรงงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมรถยนต์  หรือการที่เราได้ยินเสียงระเบิดหรือเสียงประทัดใกล้ก็อาจทำให้หูของเราเกิดการอักเสบ เหยื่อแก้วหูข้างในมีการฉีกขาด ทำให้เกิดปัญหาหูหนวกตามมา และสุดท้ายก็จำเป็นต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง
  3. คนที่เป็นโรคหูน้ำหนวก คนกลุ่มนี้เสี่ยงเป็นอยากมากที่จะหูหนวกได้หากไม่รีบรักษา อาการของคนเป็นหูน้ำหนวกนั้นเกิดมาจากข้างในหูมีการอักเสบเรื้อรังซึ่งอาจมีน้ำหนองไหลออกมาจากหูได้ นอกจากจะทำให้หูมีกลิ่นเหม็นแล้วยังทำให้เป็นที่รังเกียจต่อคนที่พบเห็นได้ และหากอาการหูหนวกเป็นนานเกิน  3 เดือนขึ้นไปก็จะเสี่ยงมากที่หูจะหนวกแล้วต้องมาใช้เครื่องช่วยฟังแทน
  4. คนที่เป็นหวัดบ่อยๆและชอบสั่งน้ำมูกแรงๆ จนมีอาการหูอื้อ คนกลุ่มนี้ก็เสี่ยงที่จะทำให้หูอักเสบได้เหมือนกัน ซึ่งหากเกิดเป็นโรคหูอักเสบขึ้นมากจะเป็นการเสี่ยงอย่างมากที่จะกลายเป็นหูหนวกได้

ยังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีอาการหูหนวก เพราะหากเราเป็นโรคอะไรที่เกี่ยวกับจมูก ปาก หู ทั้งสามส่วนนี้จะกระทบกระเทือนถึงกันหมดและหากปล่อยเอาไว้นานๆไม่รีบรักษาก็จะทำให้หูหนวกได้ และสุดท้ายก็ต้องพึ่งเครื่องช่วยฟัง ดังนั้นหากไม่อยากใช้เครื่องช่วยฟังต้องดูแลตัวเองให้ดีหลีกเลี่ยงสิ่งที่บอกไปข้างต้นนี้จะได้ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยฟัง

อันดับรถบิ๊กไบค์มือสองที่มาแรงในขณะนี้

อันดับรถมอไซค์หรือบิ๊กไบค์มือสองที่มีราคาที่ดีได้แก่

Honda wave 125 (ไฟเลี้ยวบังลม)

อันนี้ก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าเป็นรุ่นที่เป็นไฟเลี้ยวบังลม เป็นโฉมที่เป็นกระแสนิยมดังมากๆในช่วงเวลาไม่กี่ปี่ที่ผ่านมาเพราะว่าราคาร่วงลงไปจนถึงหมื่นกลางๆจนถึงหมื่นปลายๆนะครับ แต่ถ้าสภาพเดิมๆเดี๋ยวนี้ยังหาได้ที่ราคาสองหมื่นห้าขึ้นไปแถมยังกายากด้วยนะครับ ส่วนพวกที่มีอะไหล่เต็มๆแล้วไม่ต้องพูดถึง ราคาแตะห้าหมื่นบาทกันได้เลยทีเดียว ถือว่าเป็นรถรุ่นเก่าๆที่มีราคาสูงมาก เพราะว่ารูปลักษณ์การแต่งที่ค่อนข้างสวยงาม

สำหรับรุ่นนี้ไม่ว่าจะแต่งให้สวยงามหรือแต่งให้แรงหรือทนทานค่อนข้างกว้างมากๆสำหรับรุ่นนี้ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยจริงๆนะครับรุ่นนี้แต่ก็ต้องสู้กับราคาที่ค่อนข้างพงเหมือนกันนะ แต่ในส่วนตัวผมก็คิดว่าในอนาคตเนี่ยอาจจะดรอปลงมาบ้างนะครับสำหรับโฉมนี้ เพราะว่าช่วงเวลานี้มันยังเป็นกระแสของคนที่นิยมเล่นกันอยู่ แต่วันนึงที่กระแสมันซาเราอาจจะได้จับต้องกันในราคาที่ถูกกว่านี้ แต่ถ้าวันนี้เจอราคาถูกๆพอที่จะซื้อไว้ได้เป็นราคามิตรภาพสำหรับเรานะ จะเก็บไว้ก็ไม่แปลกเพราะถือว่าเป็นรถที่ทนทานรุ่นนึงเลยทีเดียว

Kawasaki KR 150 ถ้าพูดถึงรถ 150 ของคาวาซากิเนี่ย

ทุกคนจะต้องนึกถึง KR อย่างแน่นอน เพราะว่า KR เป็นรถในตำนานรุ่นนึงที่หลายๆท่านอยากจะมีไว้ในครอบครองด้วยซ้ำ จริงๆมันค่อนข้างจะมีหลายเจนหลายโฉม ผมก็จะไม่ขออธิบายนะครับว่ามันมีทั้งหมดกี่โฉมหรือกี่รุ่น แต่ก็ขอบอกได้ว่าทุกโฉมทุกเจ็นยังคงราคาสูงและน่าเก็บสะสม พูดถึงแล้วมันก็ไม่เชิงเป็นกระแสซักเท่าไหร่นะครับเพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเล่นมาเรื่อยๆ แล้วก็เป็นรุ่นในตำนวนรุ่นนึงที่สมควรซื้อเก็บเอาไว้นะครับ ถือว่าเป็นรถที่คุ้มค่าแน่นอน

ณ วันนี้นะครับ แต่เมื่อประมาณปีที่แล้วผมเห็นขายกัน 8000 แบบวิ่งได้ด้วยนะซึ่งมันก็เป็นกระแสขึ้นๆลงๆนะครับ แต่ถ้าเจอสภาพดีๆแล้วถูกใจเนี่ยก็ไม่มีคำว่าแพงนะครับสำหรับรถรุ่นเก่า ถ้าให้พูด kawasaki KR ถือว่าเป็นรถสปอร์ทในอดีตที่คนอยากซื้อเก็บไว้มากที่สุดจากการที่ได้ถามหลายๆคนแล้วก็อ่านตามกระทู้ต่างๆนะครับ แต่สำหรับตัวผมไม่เคยมีโอกาศได้ขับหรอก มีแต่ได้ซ้อนอย่างเดียว

จบกันไปแล้วสำหรับอันดับมอไซค์เก่าราคาดีที่คนนิยมเล่นแล้วก็เก็บสะสมกันในปัจจุบัน แต่ก็ยังมีอีกหลายรุ่นที่ผมไม่ได้นำเสนอ เพราะว่ามันยังเป็นกระแสไม่มาก แต่ก็ยังเป็นรุ่นที่น่าเก็บสะสมไว้เพราะว่าเป็นรถเก่า หรือว่ารถคลาสสิค

สำหรับใครอยากได้รถเก่าหรือ บิ๊กไบค์มือสอง มาเก็บสะสมไว้ก็อย่ารีรอ หากชอบและถูกใจก็ซื้อมาไว้ได้เลยครับ สำหรับรถที่มีเครื่องยนต์ ในอนาคตถือว่าเป็นเป็นของสะสมที่มีราคาสูงอย่างแน่นอนครับ

ลักษณะอาการปวดหัวแบบไหนที่เรียกว่า “ไมเกรน”

ลักษณะอาการปวดหัวแบบไหนที่เรียกว่า “ไมเกรน”
ไมเกรน เป็นโรคที่ก่อเกิดลักษณะของการปวดหัวเรื้อรังประเภทหนึ่ง มีลักษณะเฉพาะบุคคลที่สำคัญ คือ ลักษณะของการปวดหัว โดยมักปวดด้านเดียว หรือเริ่มปวดฝ่ายเดียวก่อนแล้วค่อยๆ ปวดไปหมดทั้ง 2 ข้าง แต่ละครั้งที่ปวดสักพักจะย้ายข้างไปๆ มาๆ หรือย้ายตำแหน่งได้ ครั้งคราวบางทีอาจปวดอีกทั้ง 2 ข้างขึ้นมาพร้อมเพียงกันตั้งแต่แรกเลยก็ได้

โดยลักษณะของการปวดหัวไมเกรน เป็นลักษณะของการปวดหัวที่มักพบเป็นอันดับ 2 รองจากลักษณะของการปวดหัวจากกล้ามเกร็ง เจอในเพศหญิงมากยิ่งกว่าเพศชายโดยประมาณ 2-3 เท่า มักเริ่มมีลักษณะอาการคราวแรกในตอนวัยรุ่นถึงกลางคน ปวดหัวไมเกรนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ดังนี้

1. ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือน (Migraine without aura) พบได้มากที่สุดในบรรดาลักษณะอาการปวดหัวไมเกรน

2. ไมเกรนที่มีลักษณะอาการเตือน (Migraine with aura)

– อาการเตือนที่พบได้ทั่วไป คือ การมองมองเห็นไม่ปกติ โดยจะมองเห็นแสงสว่างเป็นเส้นซิกแซกเหมือนฟันเลื่อย อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีหรือไม่มีสี หรือเห็นภาพมืดไปบ้าง หรือเห็นภาพไม่ชัดเจน หลับตาแล้วยังมองเห็นได้อยู่ หรือเห็นภาพเบี้ยว ซึ่งอาการไม่ปกติของการมองเห็นจะเคลื่อนอย่างช้าๆ

– อาการเตือนอื่นๆ เช่น อาการชาที่มือแขน หรือชารอบปาก, พูดไม่ได้ชั่วครั้งคราวหรือคิดชื่อไม่ออก, หรือมีลักษณะเหน็ดเหนื่อยของแขนขาบางส่วนของร่างกาย ฯลฯ

ลักษณะของการเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน
– มักปวดตุบๆ เป็นช่วงๆ แต่ว่ามีบางขณะที่ปวดแบบทื่อๆ

– โดยมากจะปวดร้ายแรงปานกลางถึงร้ายแรงมากมาย โดยจะเบาๆ ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ทีละเล็กละน้อยจนตราบเท่าปวดร้ายแรงเต็มกำลังและหลังจากนั้นก็ค่อยๆ ทุเลาลักษณะของการปวดลงจนกระทั่งหาย

– ในช่วงเวลาที่ปวดหัวมักมีลักษณะอาการอาเจียน หรืออ้วกร่วมด้วย

– ช่วงเวลาปวดบางครั้งอาจจะนานหลายชั่วโมง โดยมากจะนานไม่เกิน 24 ชั่วโมง ในบางรายอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการเตือนก่อน อาทิเช่น สายตาขุ่นมัว หรือ แลเห็นแสงสว่างกระพริบๆ ลักษณะของการปวดนั้นไม่เลือกเวลา บางรายบางทีก็อาจจะปวดตอนดึก หรือปวดตั้งแต่ตื่นขึ้นมา บางรายปวดตั้งแต่ก่อนไปนอนจนตราบเท่าตื่นก็ยังไม่หายปวด